ซีรี่ย์จีน Story of Yanxi Palace Princess Adventures เล่ห์รักวังต้องห้าม เจ้าหญิงผจญภัย

ซีรี่ย์จีน Story of Yanxi Palace Princess Adventures เล่ห์รักวังต้องห้าม เจ้าหญิงผจญภัย เจ้าหญิงผจญภัย เดิมเป็นงานเขียนบทโดย Zhou Mo แล้วก็ถูกนำมาดัดแปลงเป็นนิยายโดย Xiaolianmao ซึ่งในปัจจุบันมีฉบับลิขสิทธิ์แปลไทยกับ สนพ.Princess ครับ ซึ่งสำหรับภาคต่อที่ว่านี้ก็ได้นำมาสร้างแบบมินิซีรีส์เพียง 6 ตอนจบ ฉายครบแล้วใน Netflix ซึ่งคนที่ไม่เคยดูภาคหลักมาก่อนก็ไม่มีปัญหาครับ แม้ว่าอาจจะงงๆนิดหน่อยกับตัวละครหลักจากภาคแรก แต่ก็เป็นตัวละครที่มีบทบาทจริงๆแค่ 2 คนเท่านั้นก็คือ “เว่ยอิงลั่ว” นางเอกหลักของเรื่อง ซึ่งในภาคแยกนี้ก็ได้ไต่เต้าขึ้นมาเป็นพระสนมเอกของฮ่องเต้แล้ว

ดังนั้นเรื่องราวในภาคแยก Story of Yanxi Palace Princess Adventures หรือภาค เจ้าหญิงผจญภัย ก็จะไปโฟกัสที่เส้นทางศึกรักขององค์หญิงเจ็ด “เจาหัว” ซึ่งเป็นลูกสาวคนหนึ่งของ อิงลั่ว นางเอกจากภาคหลักนั่นเองครับ

สำหรับความโด่งดังของเรื่องนี้ในภาคหลัก ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่สำหรับซีรีส์จีนที่ฉายในทวีปเอเชีย แล้วยังมีรายงานว่าเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกค้นหามากที่สุดของ Google ในกลุ่มรายการทีวี จากเมื่อปี 2018 สำหรับยอดผู้ชมในสตรีม มียอดวิวสูงถึง 1.5 หมื่นล้านครั้ง

เนื้อเรื่องจับความในราชวงศ์ชิง ประมาณศตวรรษที่ 17 ในรัชสมัยของจักรพรรดิเฉียนหลงฮ่องเต้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประวัติศาสตร์จีน โดยกล่าวถึง พระมเหสี “เว่ยอิงลั่ว” ผู้ที่เคยต่อสู้กับการขับเคี่ยวแย่งชิงทั้งศึกรักและศึกอำนาจในวังหลังจนสามารถไต่เต้าขึ้นมาเป็นลิ่งเฟย คู่กายของฮ่องเต้เฉียนหลงได้ หลังจากนั้นเธอมีโอรสและธิดาหลายองค์ หนึ่งในนั้นคือ องค์หญิงเจ็ด “เจ้าหัว” องค์หญิงจอมดื้อรั้นและเอาแต่ใจที่ชอบใช้อำนาจลงโทศนางกำนัลตามใจชอบ เนื่องจากนางถูกเลี้ยงมาโดยไทเฮาที่ตามใจแต่เด็ก ทำให้ภายนอกนางมีบุคลิกนิสัยตรงกันข้ามกับมารดาของนางซึ่งเป็นสตรีที่เฉลียวฉลาดและมากบารมีแทบทุกอย่าง

กระทั่งวันนึ่ง องค์หญิงเจาหัว ถึงวัยที่จะต้องแต่งงานกับเจ้าชายจากมองโกลองค์หนึ่ง คือ ล่าหวังตัวเอ่อร์จี้ หรือองค์ชายเฉาหยง แต่เธอกลับถูกปฏิเสธงานแต่งงานเนื่องจากนิสัยที่ก้าวร้าวของเธอเอง ทำให้เธอคิดวางแผนที่จะเอาชนะใจอีกฝ่ายให้ได้ โดยร่วมมือกับองครักษ์หนุ่มจากตระกูลแม่ทัพสำคัญในราชสำนักอย่าง ฝูคังอัน แล้วยังมีคู่แข่งความรักเป็นองค์หญิงงามอีกคนคือ องค์หญิงซื่อหวาน

แม้ว่าฉากหน้า และการเดินเรื่องใน 1-2 ตอนแรก จะไปเน้นที่ศึกรักในแบบที่ราวกับหนังวัยรุ่น แต่หลังจากเรื่องราวดำเนินไประยะหนึ่ง ตัวละครในเรื่องก็เผยพิศสงและความลับที่ตนเองเก็บไว้ไปจนถึงปมต่างๆมากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งอันที่จริงนี่ก็เป็นแนวทางของซีรีส์จีนแนวย้อนยุคมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วครับ โดยในช่วงแรกโลกในเรื่องจะดูสดใส พฤติกรรมตัวละครก็ดูเด็กๆ แต่เมื่อมาถึงตอนท้ายเรื่อง ตัวละครหลักมักมีพัฒนาการชัดเจน โดยเฉพาะพวกแนวศึกรักและศึกชิงอำนาจในวังหลัง หลายเรื่องที่มีตัวเอกหญิงเป็นตัวเดินเรื่อง ตัวละครมักมีการเปลี่ยนแปลงจากเด็กสาวไม่ประสาโลก กลายเป็นหญิงสาวที่เฉลี่ยวฉลาดและแกร่งไม่แพ้ผู้ชาย แถมยังมักต้องผ่ามรสุมในแบบที่เรียกว่าโคตรดราม่า ซึ่งแต่ละเรื่องก็มากน้อยไม่เหมือนกัน

สำหรับเรื่องนี้ก็ถือว่าดราม่าในระดับหนึ่งอย่างคาดไม่ถึงเลยครับ โดยถ้าเราดูองค์หญิงเจาหัวที่เปิดตัวมาแบบเจ้าหญิงจอมเอาแต่ใจ ไม่รู้จักใช้ปัญญา แต่ตอนสุดท้ายกลับกลายมาเป็นองค์หญิงผู้เยือกเย็น ไปจนถึงแอบโหด สมกับเป็นผู้ที่ผ่านศึกแย่งชิงในวังหลังจนเอาตัวรอดมาได้ครับ

ข้อด้อยของเรื่องนี้ที่ชัดๆจะมีอยู่สองประเด็นคือ มันทำมาเป็นมินิซีรีส์ที่เป็นภาคแยก Spin-Off จากภาคหลักในชื่อเดียวกัน เพราะฉะนั้นคนที่เพิ่งเริ่มดูอาจจะงงๆกับความสำคัญของตัวละครหลักบางคนในเรื่อง อีกจุดคือ เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นสเกลเล็กครับ คือโฟกัสเรื่องราวแค่ 4 ตัวละครหลัก กับอีกสองตัวละครรอง มีแค่นี้เอง

แต่ภาพรวมแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดูแบบเพลินๆได้สำหรับคนที่ไม่ได้อยากดูซีรีส์ยาวๆ ซึ่งซีรีส์จีนมักจะทำยาวประมาณ 50-70 ตอนเป็นส่วนมาก แล้วหลายเรื่องนั้นความสนุกของเรื่องก็ไม่นิ่งเท่าไรนัก แต่เรื่องนี้ถือว่าทำได้กระชับและตรงประเด็นดี

Related posts